https://forms.gle/uDriCyaBQP4fr68h8
วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562
กรณีศึกษาบทที่ 8
กรณีศึกษาบทที่ 8
1.) อะไรคือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ GATX ได้รับจากการพัฒนา ERP ซอฟต์แวร์ให้เข้ากับความต้องการ
ตอบ ช่วยให้กระบวนการต่างๆในการดำเนินธุรกิจทำได้โดยอัตโนมัติ
2.) อะไรคือประโยชน์ทางการแข่งขันที่ GATX มองหาจากการขาย ERP ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาแล้วให้กับคู่แข่ง
ตอบ ผลประโยชน์ในการแข่งขันที่แท้จริงจะอยู่ที่ความคิดของคนที่นำซอฟต์แวร์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการแข่งขัน
3.) อะไรคือความเสี่ยงทางธุรกิจของกลยุทธ์นี้ของ GATX
ตอบ ความเสี่ยงของการให้เช่าสินทรัพย์มูลค่าสูง และการขายเทคโนโลยีซอฟต์แวร์
คำถามกรณีศึกษา
1.) อินทราเน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ต ช่วย Ford ในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการการทำงานทางธุรกิจได้อย่างไร
ตอบ อินทราเน็ตของ Ford เชื่อมต่อสถานีงานจำนวน 120,000 แห่ง ของสำนักงานและโรงงานทั่วโลกเข้ากับแหล่งข้อมูลนับพันๆเว็บไซด์ของ Ford
2.) ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ได้จากการแลกเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของ Fond ก่อให้เกิดอะไรบ้าง
ตอบ Ford ใช้เอ็กซ์ทราเน็ตเพื่อเปิดอินทราเน็ตของตนให้แก่ผู้จัดหาสินค้ารายใหญ่ๆ อนุญาติให้ผู้จัดหาสินค้าได้ข้อมูลที่ชัดเจนลงไป
3.) ผลกำไรที่ Fond หวังว่าจะได้รับจากการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในขั้นตอนการสั่งซื้อคืออะไร
ตอบ คือการผลิตยานยนต์ส่วนใหญ่ได้ตามความต้องการภายในปี 1999 โดยจะจัดส่งให้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากการสั่งซื้อ สิ่งนี้จะประหยัดเงินได้หลายล้านเหรียญสหรัฐในสภาพคลังสินค้าและค่าใช้จ่ายปัจจุบัน
แบบฝึกหัดบทที่ 8
แบบฝึกหัดท้ายบทที่8
1.) ถ้านักศึกษาเป็นผู้บริหารในองค์กร จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นประโยชน์ในการแข่งขันด้านการตลาดของตนอย่างไร และมีข้อสังเกตอย่างไรกับการทำธุรกิจในปัจจุบัน
ตอบ ใช้กลยุทธ์ทางสารสนเทศ คือ ทำระบบซื้อขายส่วนกลาง ตรวจตราดูแลด้านต่างๆ พร้อมทั้งควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ เป็นต้น
2.) กลยุทธ์บทบาทของระบบสารสนเทศอะไร ที่จะนำมาช่วยกระบวนการปรับรื้อระบบ และการจัดการคุณภาพ
ตอบ กลยุทธ์ด้านความรวดเร็ว ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
3.) จงยกตัวอย่าง บริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการใช้กระบวนการปรับรื้อทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Uarco,Inc. กระการปรับรื้อระบบธุรกิจของ Uarco ทำให้หน่วยบริการลูกค้าสามารถรับผิดชอบการเสนอราคาต่อลูกค้าและการส่งสินค้าได้เอง ดังนั้นพนักงานจึงมีเวลาในการขายได้อย่างเต็มที่ Uarco ประมาณการว่าผลกำไรสุทธิในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นถึง 25 เหรียญสหรัฐ อันเนื่องมาจากการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจนี้
4.จงยกตัวอย่างความสำเร็จของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ตอบ บริษัท DEC ปัจจุเป็นบริษัทลูกที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณที่มาก รวมการรับส่งไปรษณ์อิเล็กทรอนิกส์วันละหลายพันข้อความและเสนอข้อความทางสื่อประสมกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์บนแม่ข่ายเว็บ เป็นต้น สิ่งนี้เป็นผลให้บริษัทขายคอมพิวเตอร์ Alpha ได้มากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ
5.) จงยกตัวอย่างความล้มเหลวของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ตอบ บริษัท Chase Manhattan สูญเสียผลกำไรและส่วนแบ่งทางการตลาดหหลังจากความเพียรพยายามที่จะใช้ประโยชน์ IT ในเชิงกลยุทธิ์ทางเทคโนโลยี
6.) จงอธิบายถึงประโยชน์ของบริษัทเสมือน
ตอบ องค์กรจะเป็นที่รู้จักปรับตัว และรู้จักฉวยโอกาส สามารถสร้างสินค้าที่ตอบสนองลูกค้าได้อย่างตรงไปตรงมาและเป็นที่ยอมรับเชื่อถือในเชิงธุรกิจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
7.) เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเป็นกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ซึ่งสามารถประสานงานระหว่างลูกค้า ร้านค้า และอื่นๆ ได้อย่างไร
ตอบ โดยการเปลี่ยนขั้นตอนที่ไร้แบบแผนไปสู่การดำเนินการที่เป็นกิจวัตรหรือแบบแผน ลด หรือนำมาใช้แทนแรงงานมนุษย์ได้ และนำพาข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าสู่กระบวนการ
บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
พื้นฐานความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
เทคโนโลยีสารสนเทศได้กลายเป็นความจำเป็นทางยุทธศาตร์ จงเชื่อมั่นและใช้งานมันไม่เช่นนั้น คุณอาจกลายเป็นจุดเล็กๆในประวัติสาตร์
ด้วยคำกล่าวของ James Champy ผู้เป็นหนึ่งในการปฏฺิวัติการปรับรื้อกระบวนการ ในยุค 1990 ที่มองเทคโนโลยีสารสนเทศว่าเป็นสิ่งช่วยทำงานหรือช่วยตัดสินใจในการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถเปลี่ยนวิธีการแข่งขันทางธุรกิตได้
การสร้างกลยุทธ์ทางการแข่งขันพื้นฐาน 5 อย่าง
1. กลยุทย์การเป็นผู้นำด้านราคา
การพัฒนาหนทางที่จะกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการราคาย่อมเยาในวงการ อีกทั้งหาช่องทางช่วยเหลือผู้จัดหาสินค้าหรือลูกค้าของบริษัทในการลดต้นทุนหรือเพิ่มต้นทุนของคู่แข่ง
2. กลยุทธ์ความแตกต่าง
การพัฒนาหนทางที่จะสร้าวสินค้าหรือบริการของตนให้มีความแตกต่างไปจากคู่แข่งหรือลดความได้เปรียบเรื่องความแตกต่างของคุ่แข่ง ทำให้บริษัทสามารถมุ่งความสนใจไปที่สินค้าหรือบริการของตนเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ
3. กลยุทธ์นวัตกรรม
การค้นหาหนทางใหม่ๆในการทำธุรกิจ สิ่งนี้อาจเกี่ยวเนื่องให้เกิดพัฒนาการของสิค้าและบริการ หรืออาจทำให้เกิดการบุกคลาดที่เป็นเอกเทศ หรือมีโอกาสที่ดีทางการตลาด เกี่ยวเนื่อถึงการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อกระบวนการการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการ
4. กลยุทธ์ความเจริญเติบโต
คือ การขยายกำลังการผลิตสินค้าและบริการอย่างกว้างขวางขึ้น การขยายตลาดออกไปสู่ตลาดต่างประเทศการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่หลากหลายหรือการรวมสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน
5. กลยุทธ์สร้างพันธมิตร
คือ การสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจกับลูกค้า ผู้จัดหาสินค้า คู่แข่ง ที่ปรึกษาและบริษัทอื่นๆ ความเชื่อมดยงเหล่านี้อาจรวมถึงการกิจการ การซื้อกิจการ การร่วมลงทุน การสร้าง "บริษัทเสมือน" หรือการทำตลาดการผลิต หรือการทำข้อมตกลงลำเลียงสินค้าระหว่างหน่วยธุรกิจกับหุ้นส่วนทางการค้า
บทบาททางกลยุทธ์สำหรับระบบสรสนเทศ
แนวคิดกลยุทธ์ของการแข่งขันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบทบาททางกลยุทธ์สำหรับระบบสารสนเทศได้อย่างไร หรือผู้จัดการสามารถส่งเสริมกลยุทธ์ทางการแข่งขันของบริษัทโดยใช้การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
แหล่งที่มา...http://sirinyazoey.blogspot.com/2018/10/8.html
พื้นฐานความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
เทคโนโลยีสารสนเทศได้กลายเป็นความจำเป็นทางยุทธศาตร์ จงเชื่อมั่นและใช้งานมันไม่เช่นนั้น คุณอาจกลายเป็นจุดเล็กๆในประวัติสาตร์
ด้วยคำกล่าวของ James Champy ผู้เป็นหนึ่งในการปฏฺิวัติการปรับรื้อกระบวนการ ในยุค 1990 ที่มองเทคโนโลยีสารสนเทศว่าเป็นสิ่งช่วยทำงานหรือช่วยตัดสินใจในการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถเปลี่ยนวิธีการแข่งขันทางธุรกิตได้
การสร้างกลยุทธ์ทางการแข่งขันพื้นฐาน 5 อย่าง
1. กลยุทย์การเป็นผู้นำด้านราคา
การพัฒนาหนทางที่จะกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการราคาย่อมเยาในวงการ อีกทั้งหาช่องทางช่วยเหลือผู้จัดหาสินค้าหรือลูกค้าของบริษัทในการลดต้นทุนหรือเพิ่มต้นทุนของคู่แข่ง
2. กลยุทธ์ความแตกต่าง
การพัฒนาหนทางที่จะสร้าวสินค้าหรือบริการของตนให้มีความแตกต่างไปจากคู่แข่งหรือลดความได้เปรียบเรื่องความแตกต่างของคุ่แข่ง ทำให้บริษัทสามารถมุ่งความสนใจไปที่สินค้าหรือบริการของตนเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ
3. กลยุทธ์นวัตกรรม
การค้นหาหนทางใหม่ๆในการทำธุรกิจ สิ่งนี้อาจเกี่ยวเนื่องให้เกิดพัฒนาการของสิค้าและบริการ หรืออาจทำให้เกิดการบุกคลาดที่เป็นเอกเทศ หรือมีโอกาสที่ดีทางการตลาด เกี่ยวเนื่อถึงการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อกระบวนการการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการ
4. กลยุทธ์ความเจริญเติบโต
คือ การขยายกำลังการผลิตสินค้าและบริการอย่างกว้างขวางขึ้น การขยายตลาดออกไปสู่ตลาดต่างประเทศการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่หลากหลายหรือการรวมสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน
5. กลยุทธ์สร้างพันธมิตร
คือ การสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจกับลูกค้า ผู้จัดหาสินค้า คู่แข่ง ที่ปรึกษาและบริษัทอื่นๆ ความเชื่อมดยงเหล่านี้อาจรวมถึงการกิจการ การซื้อกิจการ การร่วมลงทุน การสร้าง "บริษัทเสมือน" หรือการทำตลาดการผลิต หรือการทำข้อมตกลงลำเลียงสินค้าระหว่างหน่วยธุรกิจกับหุ้นส่วนทางการค้า
บทบาททางกลยุทธ์สำหรับระบบสรสนเทศ
แนวคิดกลยุทธ์ของการแข่งขันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบทบาททางกลยุทธ์สำหรับระบบสารสนเทศได้อย่างไร หรือผู้จัดการสามารถส่งเสริมกลยุทธ์ทางการแข่งขันของบริษัทโดยใช้การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
แหล่งที่มา...http://sirinyazoey.blogspot.com/2018/10/8.html
กรณีศึกษาบทที่ 7
กรณีศึกษาบทที่ 7
1.อะไรเป็นมูลค่าทางธุรกิจของการประมวลผลการวิเคราะห์ออนไลน์ของบริษัท
Office Depot
ตอบ การได้ลิขสิทธิ์สำหรับใช้ในการโฆษณาส่งเสริมการขาย
2.บริษัท Office
Depot ได้ผลจากการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำ OLAP ไปใช้งานอย่างไร
ตอบ
ทำให้การขายสูงขึ้นถึง 4
เปอร์เซนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง
3.บริษัท Office
Depot ควรที่จะมีการเตรียมให้ผู้จัดส่งสินค้าผ่านเอ็กซ์ทราเน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดหรือไม่
เพราะอะไร
ตอบ
ควรเตรียมผู้จัดหาสินค้าที่มีการทำงานร่วมกับการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดในระบบอินทราเน็ตที่ใช้
Wired
ของการเชื่อมโยงใน OLAP บริษัทพร้อมที่จะแบ่งส่วนในการทำงานของการขายร่วมกับผู้จัดหาสินค้าหลักอีกสองแหล่งทั้งหมดที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการเปลี่ยนแปลงชุดการติดต่อธุรกิจภายใน
1.อะไรเป็นมูลค่าทางธุรกิจของการประมวลผลการวิเคราะห์ออนไลน์ของบริษัท
Office Depot
ตอบ การได้ลิขสิทธิ์สำหรับใช้ในการโฆษณาส่งเสริมการขาย
2.บริษัท Office
Depot ได้ผลจากการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำ OLAP ไปใช้งานอย่างไร
ตอบ
ทำให้การขายสูงขึ้นถึง 4
เปอร์เซนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง
3.บริษัท Office
Depot ควรที่จะมีการเตรียมให้ผู้จัดส่งสินค้าผ่านเอ็กซ์ทราเน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดหรือไม่
เพราะอะไร
ตอบ
ควรเตรียมผู้จัดหาสินค้าที่มีการทำงานร่วมกับการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดในระบบอินทราเน็ตที่ใช้
Wired
ของการเชื่อมโยงใน OLAP บริษัทพร้อมที่จะแบ่งส่วนในการทำงานของการขายร่วมกับผู้จัดหาสินค้าหลักอีกสองแหล่งทั้งหมดที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการเปลี่ยนแปลงชุดการติดต่อธุรกิจภายใน
แบบฝึกหัดบทที่ 7
แบบฝึกหัดบทที่ 7
1.อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามารถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
และความสามารถจัดการเรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ตอบ
ระบบการตัดสินใจเป็นประเภทหลักของระบบสารสนเทศที่คอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน
เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจระหว่างขั้นตอนตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้คือ1.รูปแบบจำ ลองในการวิเคราะห์ 2.ฐานข้อมูลเฉพาะ 3.ผู้ที่ตัดสินใจหรือหรือผู้ตัดสิน 4.การติดต่อระหว่างกัน
2.ระบบงานการขาย มีความก้าวหน้ากว่า
แต่ก่อนมาก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร
เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไป
ให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้
ตอบ
แผนกลยุทธ์ คือการตัดสินใจวางแผนอย่างมีระบบ มีทิศทางมีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
เพื่อให้องค์กรสามารถดำรงอยู่ได้ในอนาคตโดยอาศัยการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของทุกฝ่ายเทคนิค
คือ กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการ ขั้นตอน วิธีการ หรือการกระทำใดๆ เพื่อช่วยให
้ กระบวน การ ขั้นตอน วิธีการ หรือการกระทำนั้นๆ มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น
ดังนั้น เทคนิค การสอน จึงหมายถึง กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการสอน
ขั้นตอนการสอน วิธีการสอน หรือการดำเนิน การทางการสอนใดๆ
เพื่อช่วยให้การสอนมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในการบรรยาย ผู้สอนอาจ
ใช้เทคนิคต่างๆ ที่สามารถช่วยให้การบรรยายมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น
การยกตัวอย่าง การใช้สื่อ การใช้คำถาม เป็นต้น
การทำให้องค์การสามารถปฏิบัติงานได้
จะต้องมีความรู้เรื่องทักษะของคน ความเข้าใจคน การสร้างความประทับใจที่ดีต่อบุคคล
การใช้เวลาที่เหมาะสม การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
เพื่อประกอบในการตัดสินใจในการบริหารงาน
3. มีแนวทางไหนบ้าง
ที่นักศึกษาใช้โปรแกรมตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support
system : DSS) ทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกในการจัดรูปแบบข้อมูล
การนำข้อมูลมาใช้
และการรายงานข้อมูลเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้บริหารต่างๆระบบ DSS จะมีความสามารถในการใช้งานได้ดีกว่าระบบประมวลผลรายการและระบบรายงานการจัดการ
เนื่องจากระบบ DSS สามารถที่จะปรับเปลี่ยนตัวแปร ที่แตกต่าง
กันและทำการวิเคราะห์ใหม่ได้
4.ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง
จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั่วหมดทุกแผนกในองค์กร
ตอบ
ผู้บริหารระดับสูงจะต้องเป็นผู้ทรงความรู้ความสามารถในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับองค์การอย่างละเอียดและกว้างขวางจะต้องเป็นผู้รู้ความเป็นไปของธุรกิจ
การดำเนินงาน รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ
ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลอันเป็นผลให้ก่อประโยชน์ต่อองค์การหลีกเลี่ยงการพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย
หรือภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์การ
5. ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้
อธิบายเหตุผล
ตอบ คอมพิวเตอร์คือ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์อเนกประสงค์ที่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ
(tools)
สำหรับเพิ่มปรสิทธิภาพในการทำงานด้านต่างๆๆ ให้ได้ตามต้องการของมนุษย์
เช่น ด้านการศึกษางานวิจัย วิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯลฯ ระบบคอมพิวพิวเตอร์ คือ
กลุ่มของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่รวมตัวเข้าด้วยกันเพื่อร่วมกันประเมินผลข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ๆ (ELECTRONIC
DATA PROCESSING )หรือประ มวลผลข้อมูล (INFORMATION
PROCESSING) นั้นเพมื่อให้ได้ข่าวสารตรงตามที่ต้องการ
โดยที่ระบบคอมพิวเตอร์จะอ่านข้อมูล (INCOMING DATA) ประมวลผลข้อมูล(PROCESSING)
แล้วส่งผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลนั้นๆ (OUTPUT) ให้กับผู้ใช้
6. การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร
ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก
ตอบ ลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ
เพราะเป็นการพัฒนาลักษณะลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ
เป็นการพิจาณาจากหลักของการปฏิบัติการทางปัญญาประดิษฐ์แป็นส่วนที่สำคัญในการใช้ธรรมชาติของมนุษย์
7. การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท
จะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
นักศึกษาคาดหวังจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง
ตอบ เป็นการนำเอาระบบต่างๆ
หรือเทคนิคต่างๆ ของปัญญาประดิษฐ์ที่กล่าวข้างต้นมาบูรณาการเข้าด้วยกันเป็ระบบ
เดียว ส่วนใหญ่จะเป็นการบูรณาการระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญกับระบบเครือข่ายนิวรอนเข้าด้วยกัน
เช่น โปรแกรมประยุกต์ดาต้าไมนิ่ง ด้านการตลาดและการขายของบริษัท
จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ได้สร้างผลิตภัณฑ์มีรวบรวมเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ผสมผสานเพียงหนึ่งเดียว
โดยประกอบด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับความนิยม 2 ตัว คือ ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท เช่น การรวมเอาระบบ ES/NN
ที่อาจจะพบกับแนวโน้มหรือการค้นหาความสัมพันธ์ที่ซ้อนอยู่
(ตามที่ตาข่ายเส้นประสาททำอยู่) และหลังจากนั้นจะมีการวินิจฉัยและตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ในส่วนของปัญหาเฉพาะ
(ตามที่ระบบผู้เชี่ยวชาญทำอยู่)
8. อะไรคือขอบเขตจำกัด
หรืออันตรายที่นักศึกษามองเห็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ตอบ ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert
Systems) ระบบนี้จะพยายามลอกเลียนแบบความสามารถของ ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในการแก้ปัญหาต่างๆ
ความเป็นจริงเสมือน หรือ
ความจริงเสมือน (อังกฤษ: virtual reality หรือ VR)
เป็นสภาพแวดล้อมที่จำลองโดยคอมพิวเตอร์
สภาพแวดล้อมในความเป็นจริงเสมือนส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
สิ่งที่เกี่ยวกับการมองเห็น แสดงทั้งบนจอคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์แสดงผลสามมิติ
แต่การจำลองบางอันยังรวมไปถึงข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัสด้วย เช่น
เสียงจากลำโพงหรือหูฟัง
ระบบสำหรับทำการทดลองขั้นสูงยังรวมถึงการสัมผัสเช่นการตอบสนองต่อแรงป้อนกลับ
โดยผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมเสมือนได้ทั้งการใช้อุปกรณ์นำเข้ามาตรฐานเช่น
แป้นพิมพ์ หรือ เมาส์ หรือใช้อุปกรณ์หลายภาวะ เช่น ถุงมือโครงลวด แขนควบคุม หรือ
คันบังคับหลายทิศทาง
วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2562
บทที่ 7ระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ( Decision Support System : DSS )
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System)
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ได้เริ่มขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 โดยมีหลายบริษัทเริ่มที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อที่จะช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน หรือกึ่งโครงสร้างโดยข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งระบบสารสนเทศเดิมที่ใช้ในลักษณะระบบการประมวลผลรายการ (Transaction processing system) ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนั้นยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงงาน ต้นทุนที่ต่ำลงและยังช่วยในเรื่องการวิเคราะห์การสร้างตัวแบบ (Model) เพื่ออธิบายปัญหาและตัดสินใจปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 ความพยายามในการใช้ระบบนี้เพื่อช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจได้แพร่ออกไป ยังกลุ่มและองค์การต่างๆ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คืออะไร
DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSSยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model) และทรัพยากรอื่นๆ ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของDSS จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น
การจัดการกับการตัดสินใจ
การจัดการ (Management) หมายถึงการบริหารอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยกิจกรรมของกลุ่มบุคคลที่ร่วมมือกันดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้โดยใช้กระบวนการและทรัพยากรอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
การจัดการเป็นศาสตร์และศิลปะซึ่งกระบวนการจัดการประกอบด้วย การวางแผน (Planning),การจัดองค์การ (Organizing), การสั่งการหรืออำนวยการ (Leading/Directing) และการควบคุม (Controlling) โดยการจัดการที่มีประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารจะต้องสามารถนำเอาความรู้ ความเข้าใจในศาสตร์ด้านการบริหารมาประยุกต์ใช้ให้เหาะสมกับการทำงาน สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ผู้บริหารจะต้องรู้จักเลือกและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจและเป็นประโยชน์ต่อการบริหารและการตัดสินใจ
ระดับการจัดการ
การจัดการภายในองค์การ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ระดับ การจัดการระดับสูง ( Upper lever management ) การจัดการระดับกลาง (Middle-level Management) การจัดการระดับต้น (Lower-level Management)
ซึ่งผู้บริหารแต่ละระดับมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต่างกัน

1. การจัดการระดับสูง (Upper-level Management)
ผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย เป้าหมาย วัตถุประสงค์ รวมถึงวางแผนกลยุทธ์และแผนระยะยาวขององค์การ จึงมีความต้องการสารสนเทศที่มีขอบเขตกว้างและสารสนเทศเกี่ยวกับแนวโน้มต่าง ๆ จากทั้งภายในองค์การและสิ่งแวดล้อมภายนอก
2. การจัดการระดับกลาง (Middle-level Management)
ผู้บริหารระดับกลางมีหน้าที่วางแผนยุทธวิธี (Tactical Planning) และประสานงานระหว่างผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารงานระดับต้นหรือหัวหน้างานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถปฏิบัติงานตามนโยบายหรือแผนงานที่กำหนดโดยผู้บริหารระดับสูง
3. การจัดการระดับต้น (Lower-level Management)
ผู้บริหารงานระดับต้นหรือหัวหน้างานมีหน้าที่ควบคุม ดูแลการปฏิบัติงานประจำวัน (Operational Control) ซึ่งขั้นตอนการทำงานมีรูปแบบที่แน่นอนและทำงานใกล้ชิดกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดโดยผู้บริหารระดับกลาง การจัดการในระดับนี้ต้องอาศัยข้อมูลจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดนำมาวิเคราะห์เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานและควบคุมให้สามารถดำเนินงานตามแผนระยะสั้นที่วางไว้
การตัดสินใจ (Decision Making)
กระบวนการตัดสินใจประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ
1.การใช้ความคิดประกอบเหตุผล (Intelligence) เป็นขั้นตอนที่รับรู้และตระหนักถึงปัญหาหรือโอกาสที่เกิดขึ้น ทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา นำข้อมูลมาวิเคราะห์และตรวจสอบเพื่อแยกแยะและกำหนดรายละเอียดของปัญหาหรือโอกา
2.การออกแบบ (Design) เป็นขั้นตอนของการพัฒนาและวิเคราะห์ทางเลือกในการปฏิบัติที่เป็นไปได้ รวมถึงการตรวจสอบและประเมินทางเลือกในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจใช้ตัวแบบเพื่อสร้างทางเลือกต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา หรือออกแบบหนทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
3.การคัดเลือก (Choice) ผู้ตัดสินใจจะเลือกแนวทางเลือกที่เมาะสมกับปัญหาและสถานการณ์มากที่สุด โดยอาจใช้เครื่องมือมาช่วยวิเคราะห์ คำนวณค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนของแต่ละแนวทางเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้เลือกแนวทางที่ดีที่สุด
4.การนำไปใช้ (Implementation) เป็นขั้นตอนที่นำผลการตัดสินใจไปปฏิบัติและคิดตามผลของการปฏิบัติเพื่อตรวจสอบว่าการดำเนินงานมีประสิทธิภาพหรือมีข้อขัดข้องประการใด จะต้องแก้ไข้หรือปรับปรุงให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างไร
ระดับของการตัดสินใจภายในองค์การ
การตัดสินใจสามารถถูกจำแนกให้สอดคล้องกับระดับของการจัดการออกเป็น 3 ระดับ คือ
1. การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Decision Making) การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง ที่ให้ความสนใจในอนาคต เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์การ การกำหนดนโยบายและการวางแผนระยะยาว เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยทั่วไปสิ่งแวดล้อมในการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีความไม่แน่นอน และไม่สามารถกำหนดขั้นตอนการตัดสินใจที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้าได้
2. การตัดสินใจเชิงยุทธวิธี (Tactical Decision Making) การตัดสินใจเชิงยุทธวิธีเป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งจะเกี่ยวกับการจัดการเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ตามที่ผู้บริหารระดับสูงกำหนดไว้ การตัดสินในระดับนี้จะเกี่ยวข้องกับปัญหาในลักษณะแบบกึ่งโครงสร้าง เช่น กาจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ การจัดสรรงบประมาณ การกำหนดการผลิต การกำหนดยุทธวิธีทางการตลาด การวางแผนงบประมาณระยะกลาง และการทำโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
3.การตัดสินใจเชิงปฏิบัติการ (Operational Decision Making) การตัดสินใจเชิงปฏิบัติการเป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับปฏิบัติการหรือหัวหน้างานซึ่งเกี่ยวข้องกับงานประจำหรือการปฏิบัติงานเฉพาะด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นกิจวัตรเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสามารถปฏิบัติงานเหล่านั้นได้ตามแผนที่วางไว้อย่างสำเร็จและมีประสิทธิภาพ เช่น การตัดสินใจในกระบวนการสั่งซื้อการควบคุมสินค้าคงคลัง การตัดสินใจในระดับนี้เป็นการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับปัญหาลักษณะแบบมีโครงสร้าง ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการต่าง ๆ สามารถกำหนดไว้ล่วงหน้าและทำการตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติเนื่องจากจะเป็นปัญหาในเรื่องที่ซ้ำ ๆ กัน ตัวอย่างของการตัดสินใจ เช่น การกำหนดเวลาสั่งสินค้าคงคลังจำนวนวัตถุดิบที่จะสั่งซื้อแต่ละครั้ง การวางแผนเบิกจ่ายวัสดุ และการมอบหมายงานให้พนักงานเป็นรายบุคคล

ลักษณะของสารสนเทศและการตัดสินใจของผู้บริหารแต่ละระดับ
ประเภทของการตัดสินใจ
ประเภทของการตัดสินใจมี 3 ประเภท ได้แก่
1. การตัดสินใจแบบโครงสร้าง ( Structure Decision) บางครั้งเรียกว่าแบบกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว (programmed) เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ จึงมีมาตรฐานในการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาอยู่แล้ว โดยวิธีการในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดจะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เช่น การหาระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม หรือการเลือกกลยุทธ์ในการลงทุนที่เหมาะสมที่สุดเมื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด หรือเพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด การตัดสินใจแบบนี้จึงมักใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model) หรือศาสตร์ทางด้านวิทยาการ การจัดการ (Management Science) หรือการวิจัยดำเนินงาน (Operation Research) เข้ามาใช้ โดยในบางครั้งอาจนำระบบสนับสนุนการตัดสินใจและระบบผู้เชี่ยวชาญเข้ามาใช้ร่วมด้วย ตัวอย่างของการตัดสินใจแบบโครงสร้าง ได้แก่ การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง จะต้องสั่งของเข้า(Order Entry) ครั้งละเท่าไร เมื่อใด การวิเคราะห์งบประมาณ (Budget Analysis) ที่ต้องใช้ในการจัดการต่างๆ การตัดสินใจเรื่องการลงทุน จะลงทุนอะไร ที่ตั้งโกดังเก็บสินค้า (Warehouse Location) ควรตั้งที่ไหน, ระบบการ จัดส่ง/การจำหน่าย (Distribution System) ควรเป็นอย่างไร เป็นต้น
2. การตัดสินใจแบบไม่เป็นโครงสร้าง (Unstructured Decision) บางครั้งเรียกว่าแบบไม่เคยกำหนดล่วงหน้ามาก่อน ( Nonprogrammed ) เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาซึ่งมีรูปแบบไม่ชัดเจน หรือมีความซับซ้อน จึงไม่มีแนวทางในการแก้ปัญหาแน่นอน เป็นปัญหาที่ไม่มีการระบุวิธีแก้ไว้อย่างชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง การตัดสินใจกับปัญหาลักษณะนี้จะไม่มีเครื่องมืออะไรมาช่วย มักเป็นปัญหาของผู้บริหารระดับสูง ต้องใช้สัญชาตญาณ ประสบการณ์ และความรู้ของ ผู้บริหารในการตัดสินใจ ตัวอย่างของการตัดสินใจแบบไม่เป็นโครงสร้าง เช่น การวางแผนการบริการใหม่, การว่าจ้างผู้บริหารใหม่เพิ่ม หรือการเลือกกลุ่มของโครงงานวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในปีหน้า
3. การตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structure Decision) เป็นการตัดสินใจแบผสมระหว่างแบบโครงสร้าง และแบบไม่เป็นโครงสร้าง คือบางส่วนสามารถตัดสินใจแบบโครงสร้างได้ แต่บางส่วนไม่สามารถทำได้ โดยปัญหาแบบกึ่งโครงสร้างนี้จะใช้วิธีแก้ปัญหาแบบมาตรฐาน และการพิจารณาโดยมนุษย์รวมเข้าไว้ด้วยกัน คือมีลักษณะเป็นกึ่ง โครงสร้าง แต่มีความซับซ้อนมากขึ้น ขั้นตอนจึงไม่ชัดเจนว่าจะมี
ส่วนประกอบของระบบ DSS
ระบบ DSS ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน

โครงสร้างระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ส่วนจัดการข้อมูล (Data Management Subsystem)
ประกอบด้วยฐานข้อมูล ระบบจัดการฐานข้อมูล ส่วนสอบถามข้อมูล สารบัญข้อมูล ส่วนการดึงข้อมูล และข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ ระบบ DSS อาจเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลขององค์การหรือคลังข้อมูล (Data Warehouse) เพื่อดึงหรือกรองข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในการตัดสินใจมาใช้
ส่วนจัดการโมเดลหรือส่วนจัดการแบบ (Model Management Subsystem)
ประกอบด้วยแบบจำลอง(Model Base)
ระบบจัดการฐานแบบจำลอง (Model Base Management Systerm : MBMS)
ภาษแบบจำลอง (Model Language)
สารบัญแบบจำลอง(Model Directory)
ส่วนดำเนินการแบบจำลอง(Model Execution)
ฐานแบบจำลอง(Model Base) จัดเก็บแบบจำลองต่าง ๆ ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ เช่น แบบจำลองทางการเงิน ทางคณิตศาสตร์ ทางสถิติ หรือแบบจำลองเชิงปริมาณ เป็นต้น และมีระบบจัดการฐานแบบจำลอง ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ในการสร้างและจัดการแบบจำลองรวมถึงอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้แบบจำลองที่เหมาะสมโดยระบบจัดการฐานแบบจำลองมีหน้าที่หลัก ดังนี้
– สร้างแบบจำลองของระบบสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างง่ายและรวดเร็ว
– ให้ผู้ตัดสินใจสามารถจัดการหรือใช้แบบจำลองสำหรับการทดลองหรือวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงตัว แปรด้านปัจจัยนำเข้าว่า จะส่งผลต่อตัวแปรด้านผลผลิตอย่างไร (Sensitivity Aalysis)
– สามารถจัดเก็บและจัดการแบบจำลองต่างชนิดกัน
– สามารถเข้าถึงและทำงานร่วมกับแบบจำลองสำเร็จรูปอื่นได้
– สามารถจัดกลุ่มและแสดงสารบัญของแบบจำลอง
– สามารถติดตามการใช้แบบจำลองและข้อมูล
– สามารถเชื่อมโยงแบบจำลองต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม โดยผ่านทางฐานข้อมูลจัดการและบำรุง รักษาฐานแบบจำลอง
แบบจำลองเพื่อการตัดสินใจมีหลายประเภท ระบบ DSS อาจถูกสร้างขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ดังนั้น DSS ต่างระบบกันอาจประกอบด้วยแบบจำลองที่แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้
ตัวอย่างของแบบจำลอง มีดังนี้
– แบบจำลองทางสถิติStatistic Model) ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลรูปแบบต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ความถดถอย หรือการหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ
– แบบจำลองทางการเงิน (Financial Model) ใช้แสดงรายได้ รายจ่าย และกระแสการไหลของเงินสด ฯลฯ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนทางการเงิน
– แบบจำลองเพื่อหาจุดเหมาะสมที่สุด (Optimization Model) เป็นการหาค่าเหมาะสมที่สุดของตัวแปรตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การหาผลตอบแทนที่สูงที่สุดโดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต่ำสุด
– แบบจำลองสถานการณ์ (Simulation Model) เป็นตัวแบบคณิตศาสตร์ที่ใช้การสร้างชุดของสมการเพื่อแทนสภาพของระบบที่จะทำการศึกษาแล้วทำการทดลองจากตัวแบบเพื่อศึกษาสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับระบบ
ส่วนการจัดการโต้ตอบ (Dialogue Management Subsystem)
ส่วนจัดการโต้ตอบหรืออาจเรียกว่าส่วนจัดการประสานผู้ใช้(User Interface Management) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับระบบ เพื่อให้การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้กับระบบเป็นไปด้วยความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลนำเข้าและรูปแบบจำลองรวมอยู่ในการวิเคราะห์ได้ เช่น
การใช้เมาส์ การใช้ระบบสัมผัสในการติดต่อกับระบบ การแสดงข้อมูลในลักษณะหน้าต่างWindow), การนำเสนอข้อมูลในรายละเอียดเจาะลึก(Drill-down) และการนำเสนอข้อมูลด้วยสื่อประสมหรือมัลติมีเดีย เช่น กราฟิก หรือ รูปภาพ
ชนิดหลักของส่วนต่อประสนผู้ใช้ ได้แก่ ส่วนต่อประสานแบบแสดงรายการเลือก(Menu-driven Interface) ส่วนต่อประสานโดยใช้คำสั่ง(Command-driven Interface) และส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ (Graphical-user Interface)
สำหรับ DSS ขั้นสูง จะมีส่วนจัดการความรู้ (Knowledge-based Management Subsystem)เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่ง
ประเภทของระบบ DSS
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. DSS แบบให้ความสำคัญกับข้อมูล (Data-Oriented DSS)เป็น DSS ที่ให้ความสำคัญกับเครื่องมือในการจัดการและการวิเคราะห์ข้อมูล การทดสอบทางสถิติ ตลอดจนการจัดข้อมูลในลักษณะต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ทำความเข้าใจสารสนเทศ และสามารถตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ
2.DSS แบบให้ความสำคัญกับแบบจำลอง (Model-Based DSS) เป็น DSS ที่ให้ความสำคัญกับแบบจำลองการประมวลปัญหา โดยเฉพาะแบบจำลอง พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model) และแบบจำลองการวิจัยขั้นดำเนินงาน(Operation Research Model) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์ปัญหา และปรับตัวแปรที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ตัวอย่างการใช้โปรแกรม DSS

แบบจำลองการพยากรณ์อากาศ

การประเมินผลงานพนักงานขาย
กรณีศึกษา บทที่ 6
กรณีศึกษา
1. คุณคิดว่าทำไมการสั่งซื้อหนังสือผ่านระบบออนไลน์ ถึงจะดีกว่าการสั่งซื้อหนังสือผ่านระบบไปรษณีย์ สำหรับ Book- Of- The - Month Clrb
ตอบ ระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้ชื่อเสียงของร้านมีความทันสมัยมากขึ้น Curry กล่าวว่าเรารับสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ เราได้สมาชิกใหม่ประมาณสองในสามของระบบขายตรงผ่านไปรษณีย์ (Direct Mail)
2. คุณเห็นด้วยกับการตลาดออนไลน์ไหมว่า ชื่อตราผลิตภัณฑ์อย่าง Boo -Of -The-Month Club สามารถมีความได้เปรียบในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เว็บ ทำไมจึงเห็นด้วยและไมเห็นด้วย
ตอบ ธุรกิจแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ สร้างรายได้มหาศาล อนาคตไม่มีอะไรง่ายกว่างานนี้อีกแล้วแค่เป็นสมาชิกห้องสมุดออนไลน์ จากผู้ให้บริการข้อมูล ความรู้ และ เทคโนโลยีในการทำธุรกิจแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ ระบบการทำงานที่ทันสมัย ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้น
3. มีขั้นตอนอื่นๆ อีกไหมที่ Book-Of-The-Month Club ควรใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจบนเว็บ
ตอบ เป็นผลตอบแทนที่ดีแบบไม่ได้ตั้งใจ Book-Of-The-Month Club มีอายุครบ 72 ปีและได้ก้าวสู่ระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้ชื่อเสียงของร้านมีความทันสมัยมากขึ้น Curry กล่าวว่าเรารับสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ เราได้สมาชิกใหม่ประมาณสองในสามของระบบขายตรงผ่านไปรษณีย์ (Direct Mail)
ตอบ ระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้ชื่อเสียงของร้านมีความทันสมัยมากขึ้น Curry กล่าวว่าเรารับสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ เราได้สมาชิกใหม่ประมาณสองในสามของระบบขายตรงผ่านไปรษณีย์ (Direct Mail)
2. คุณเห็นด้วยกับการตลาดออนไลน์ไหมว่า ชื่อตราผลิตภัณฑ์อย่าง Boo -Of -The-Month Club สามารถมีความได้เปรียบในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เว็บ ทำไมจึงเห็นด้วยและไมเห็นด้วย
ตอบ ธุรกิจแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ สร้างรายได้มหาศาล อนาคตไม่มีอะไรง่ายกว่างานนี้อีกแล้วแค่เป็นสมาชิกห้องสมุดออนไลน์ จากผู้ให้บริการข้อมูล ความรู้ และ เทคโนโลยีในการทำธุรกิจแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ ระบบการทำงานที่ทันสมัย ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้น
3. มีขั้นตอนอื่นๆ อีกไหมที่ Book-Of-The-Month Club ควรใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจบนเว็บ
ตอบ เป็นผลตอบแทนที่ดีแบบไม่ได้ตั้งใจ Book-Of-The-Month Club มีอายุครบ 72 ปีและได้ก้าวสู่ระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้ชื่อเสียงของร้านมีความทันสมัยมากขึ้น Curry กล่าวว่าเรารับสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ เราได้สมาชิกใหม่ประมาณสองในสามของระบบขายตรงผ่านไปรษณีย์ (Direct Mail)
แบบฝึกหัดบทที่ 6
แบบฝึกหัดบทที่ 6
1.ทำไมแนวโน้มของระบบสารสนเทศ จึงมีการนำไปสนับสนุุนงานธุรกิจหลายด้าน
2.ทำไมระบบการตลาดปัจจุบัน จึงเปลี่ยนมาเป็นการใช้งานบนอินเทอร์เน็ต จงอธิบาย
ตอบ การตลาดทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุรกิจการค้า องค์ธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานด้านการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
1.ทำไมแนวโน้มของระบบสารสนเทศ จึงมีการนำไปสนับสนุุนงานธุรกิจหลายด้าน
| ตอบ การเงิน การจัดการ การตลาด การจัดการทรัพยากรมนุษย์ หรือวิชาเอกอื่นๆ ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศกลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความสำเร็จในธุรกิจและการจัดการองค์กร จึงมีการจัดตั้งสาขาด้านบริหารและการจัดการ นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมต้องเรียนเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้จัดการ ผู้ประกอบการ หรือนักธุรกิจมืออาชีพ ระบบสารสนเทศเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเหมือนที่คุณเข้าใจสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ |
ตอบ การตลาดทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุรกิจการค้า องค์ธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานด้านการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
3. จงยกตัวอย่างของบริษัทที่นำระบบสารสนเทศเข้าไปช่วยทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Gulf States Paper Corporation
ตอบ บริษัท Gulf States Paper Corporation
4. ระบบการขายในสำนักงานอัตโนมัติ มีผลกระทบต่อพนักงานขาย พนักงานฝ่ายบริหารการตลาด และฝ่ายจัดทำเรื่องการแข่งขันอย่างไร
ตอบ การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์และเครือข่ายทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติ ในหลายๆบริษัท ใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เว็บบราวเซอร์และซอฟแวร์ด้านการจัดการติดต่อการขายเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมต่อกับเว็บไซท์การตลาดบนอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตและอินทราเน็ตของบริษัท
ตอบ การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์และเครือข่ายทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติ ในหลายๆบริษัท ใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เว็บบราวเซอร์และซอฟแวร์ด้านการจัดการติดต่อการขายเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมต่อกับเว็บไซท์การตลาดบนอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตและอินทราเน็ตของบริษัท
5. ระบบอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต สามารถนำมาช่วยในการทำงานร่วมกันในกระบวนการผลิตได้อย่างไร
ตอบ กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศวกรรมและการออกแบบ การควบคุมการผลิต ตารางการผลิต และการบริหารด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ตและเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อโยงกับสถานีงาน
ตอบ กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศวกรรมและการออกแบบ การควบคุมการผลิต ตารางการผลิต และการบริหารด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ตและเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อโยงกับสถานีงาน
6. ระบบอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต ช่วยสนับสนุนด้านการการจัดการเรื่องทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างไร ยกตัวอย่างมาอย่างละ 3 ตัวอย่าง
ตอบ - อินเทอร์เน็ต เช่น ระบบออนไลน์ของ HRM ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาลูกจ้างผ่านเว็บไซท์ของแผนกจัดหาลูกจ้างของบริษัท ใช้บริการและฐานข้อมูลของบริษัทจัดหางานบนเว็บ การประกาศผ่านกลุ่มข่าวบนอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกับผู้สมัครงานผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ - อินทราเน็ต เช่น การให้บริการตัวเองของลูกจ้างจะช่วยให้พนักงานได้เห็นรายงานด้านผลประโยชน์และค่าใช้จ่าย ข้อมูลด้านการจ้างงานและเงินเดือน สามารถเข้าถึงและปรับปรุงสารสนเทศส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน
7. เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบัญชี และการเงินอย่างไร อธิบาย
ตอบ ระบบคอมพิวเตอร์ด้านการบัญชีจะทำการบันทึกและรายงานการไหลเวียนของเงินทุนภายในองค์กรในเรื่องที่สำคัญในอดีตและผลิตรายการด้านการเงิน ส่วนระบบสารสนเทศด้านการเงิน สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงินของบริษัท เป็นต้น
ตอบ - อินเทอร์เน็ต เช่น ระบบออนไลน์ของ HRM ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาลูกจ้างผ่านเว็บไซท์ของแผนกจัดหาลูกจ้างของบริษัท ใช้บริการและฐานข้อมูลของบริษัทจัดหางานบนเว็บ การประกาศผ่านกลุ่มข่าวบนอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกับผู้สมัครงานผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ - อินทราเน็ต เช่น การให้บริการตัวเองของลูกจ้างจะช่วยให้พนักงานได้เห็นรายงานด้านผลประโยชน์และค่าใช้จ่าย ข้อมูลด้านการจ้างงานและเงินเดือน สามารถเข้าถึงและปรับปรุงสารสนเทศส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน
7. เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบัญชี และการเงินอย่างไร อธิบาย
ตอบ ระบบคอมพิวเตอร์ด้านการบัญชีจะทำการบันทึกและรายงานการไหลเวียนของเงินทุนภายในองค์กรในเรื่องที่สำคัญในอดีตและผลิตรายการด้านการเงิน ส่วนระบบสารสนเทศด้านการเงิน สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงินของบริษัท เป็นต้น
8. ถ้านักศึกษาเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ประกอบการทางธุรกิจเอง นักศึกษาคิดที่จะนำเอาระบบสาระสนเทศมาใช้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงให้เหตุผล
ตอบ ใช้ เพราะระบบสารสนเทศสามารถที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราไปอย่างได้ง่ายขึ้น สะดวกในการบริหารงานมากขึ้น ยิ่งในเรื่องของระบบสารสนเทศด้านบัญชีที่ช่วยในเรื่องของระบบบัญชีออนไลน์ที่ช่วยในเรื่องของกระบวนการสั่งซื้อ การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นต้น
ตอบ ใช้ เพราะระบบสารสนเทศสามารถที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราไปอย่างได้ง่ายขึ้น สะดวกในการบริหารงานมากขึ้น ยิ่งในเรื่องของระบบสารสนเทศด้านบัญชีที่ช่วยในเรื่องของระบบบัญชีออนไลน์ที่ช่วยในเรื่องของกระบวนการสั่งซื้อ การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นต้น
วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562
บทที่ 6ื ระบบสารสนเทศสำหรับการปฎิบัติงานทางธุรกิจ
บทที่ 6 ระบบสารสนเทศสำหรับการปฎิบัติงานทางธุรกิจ
สรุปเนื้อหา

ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ (Information System in Business)
มีหลายทางที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับงานที่ต้องกระทำในธุรกิจ เพื่อแก้ปัญหาและสร้างโอกาสในธุรกิจ และในฐานะที่เป็นผู้ใช้คุณต้องมีความเข้าใจพื้นฐานระบบสารสนเทศ สามารถสนองความต้องการการใช้งานด้านธุรกิจได้ ดังนั้นในบทนี้ เราจะศึกษาในเรื่องระบบสารสนเทศทางธุรกิจที่ส่งเสริมความต้องการใช้งานในด้านบัญชี การเงิน การตลาด การจัดการด้านปฏิบัติการ และการจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์
ระบบสารสนเทศแบบหลายหน้าที่ (Cross-functional information System)
ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ คุณจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจว่าระบบสารสนเทศมีความสำคัญกับการทำธุรกิจ เช่น การตลาดหรือธุรกิจที่เฉพาะเจาะจง อาทิเช่น ธนาคาร ดังนั้น หากใครบางคนต้องมีตำแหน่งด้านการตลาดในด้านธนาคารควรมีความเข้าใจพื้นฐานเรื่องระบบสารสนเทศที่ใช้ในธนาคาร และจะส่งเสริมงานด้านการตลาดในธนาคารและหน่วยงานอื่น ๆ ได้อย่างไร
ระบบสารสนเทศทางการตลาด (Marketing information System)
หน้าที่ทางธุรกิจของการตลาดนั้นเกี่ยวข้องกับการวางแผน การส่งเสริมการขายและการขายสินค้ารวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และตลาดใหม่ ๆ เพื่อให้บริการที่ดีกว่าแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพ (ในการซื้อ) ในอนาคต ดังนั้น การตลาดจึงทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุรกิจการค้า องคืกรธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโยลีสารสนเทศมากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานด้านการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผอิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การตลาดเชิงโต้ตอบ (Interactive Marketing)
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้ส่งผลกระทบสำคัญต่องานด้านการตลาด คำว่า การตลาดเชิงโต้ตอบ เป็นวลีใหม่ที่ใช้อธิบายการตลาดที่อยู่บนพื้นฐานของการใช้อินเทอรืเน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต เพื่อสร้างวิธีให้เกิดการโต้ตอบ 2 ทางระหว่างบริษัทและลูกค้า เป้าหมายเชิงการตลาดเชิงโต้ตอบ คือ การที่ทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์จากการใช้เครือข่ายในการทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและรักษาลูกค้าเหล่านั้นไว้ อันจะทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจในการสร้างสรรค์ การจัดซื้อ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท

แรงขายอัตโนมัติ (Sale Force Automation)
การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์ละเครือข่ายที่ทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติในหลายๆบริษัท ใช้คอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊ค เว็บบราวเซอร์ และซอฟแวร์ด้านการจัดการติดต่อการขายเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมต่อกับเว็บไซต์การตลาดบนอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตและอินทราเน็ตบริษัท วิธีนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มผลผลิตของพนักงานขายแต่ละคนเท่านั้น ยังเข้าถึงสารสนเทศการขายที่ได้รับจากภายนอกไปสู่ผู้จัดการด้านการขายที่สำนักงานใหญ่ทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
การจัดการการขายและผลิตภัณฑ์
ผู้จัดการด้านการขายจะต้องีการวาแผน ตรวจตรา และสงเสริมงานด้านการขายของพนักงานขายในหน่วยงานของตน ดังนั้น องค์กรส่วนใหญ่จึงใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำรายงานการวิเคราะห์การขายซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์การขายตามผลิตภัณฑ์ สายการผลิต ลูกค้า ประเภทของลูกค้า พนักงานขาย และเขตการขาย ช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมองเห็นผลการปฏิบัติงานด้านการขายของผลิตภัณฑ์และพนักงานขาย
การโฆษณาและส่งเสริมการขาย
ผู้จัดการด้านการตลาดพยายามที่จะขายผลิตภัณฑ์ให้มากที่สุดโดยใช้ค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ระบบสารสนเทศด้านการตลาดใช้สารสนเทศด้านการวิจัยการตลาดและแบบจำลงด้านการส่งเสริมการขายเพื่อช่วย 1) เลือกสื่อและวิธีการในการส่งเสริมการขาย 2) จัดสรรแหล่งงบประมาณ 3) ควบคุมและประเมินผลของการโฆษณาและส่งเสริมการขาย
เป้าหมายทางการตลาด
- ประชาคม บริษัทสามารถจำแนกข้อความโฆษณาบนเว็บ และวิธีการส่งเสริมการขายเพื่อที่จะเข้าถึงคนในกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงที่อาจเรียกว่าเป็น กลุ่มของคนที่สนใจของผู้ที่สนใจด้านการกีฬาด้านศิลปะและหัตถกรรมหรือกลุ่มด้านภูมิศาสตร์
- เนื้อหา การโฆษณาแบบป้ายโฆษณาทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแถบป้ายที่สามารถวางไว้บนหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ได้ นอกเหนือไปจากบนหน้าแรกของบริษัท ข้อความเหล่านี้สามารถดึงดูดผู้ชมที่เ็นกลุ่มเป้าหมาย เช่น โฆษณาของภาพยนตร์บนหน้าเว็บแรกของเครื่องมือสืบค้นบนอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
- บริบท โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์ มักครอบคลุมผลิตภัณฑ์และการบริการ ดังนั้น โฆษณาจึงมุ่งไปที่กลุ่มคนซึ่งกำลังมองหาสารสนเทศในเรื่องนั้นอยู่แล้ว ( เช่น สารสนเทศการท่องเที่ยว ) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริบทมีอยู่พอดี ( เช่น บริการรถให้เช่า )
- ประชากรศาสตร์ / จิตวิทยา การตลาดได้พยายามที่จะมุ่งไปยังประเภทของคนที่เฉพาะเจาะจง เช่น คนที่ยังไม่ได้แต่งงาน คนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป คนที่มีรายได้ระดับกลางผู้ชายที่จบการศึกษาระดับประริญญาตรี เป็นต้น
- พฤติกรรมออนไลน์ การโฆษณาและการส่งเสริมการขายได้พยายามที่จะเจาะสารสนเทศการเข้าใช้เว็บไซท์ของผู้ใช้แต่ละคน กลยุทธ์นี้ขึ้นอยู่กับเว็บคุกกี้ซึ่งเก็บสารสนเทศของผู้เข้าใช้จากการเข้าเยี่ยมชมครั้งก่อน แฟ้มข้อมูลของคุกกี้จะตามรอยพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมออนไลน์บนเ็บไซต์ ดังนั้น ความพยายามทางการตลาด จึงสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและสามารถพ่งเป้าหมายไปยังการเข้าชมเว็บไซท์ของแต่ละบุคคลได้
ระบบสารสนเทศด้านการวิจัยทางการตลาดทำให้เกิดการตลาดที่ชาญฉลาดช่วยให้ผู้จัดการคาดการณ์ทางการตลาดได้ดีขึ้นและมีกลยุทธ์ที่ดีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบสารสนเทศทางการตลาดช่วยให้นักวิจัยการตลาดรวบรวม วิเคราะห์ และดูแลสารสนเทศจำนวนมหาศาลของการตลาดที่มีการผันแปรอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงสารสนเทศเกี่ยวกับลูกค้า ลูกค้าในอนาคต ผู้บริโภคและผู้แข่งขัน
ระบบสารสนเทศการผลิต
ระบบสารสนเทศการผลิต
ระบบสารสนเทศทางการผลิตช่วยสนับสนุนงานในด้านการผลิตและการดำเนินงาน รวมไปถึงงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการวางแผนและการคบวคุมขั้นตอนของการผลิตสินค้าและบริการ ดังนั้นหน้าที่ในการผลิตและการดำเนินงานจึงเกี่ยวข้องกับการจัดการของระบบและกระบวนการผลิต ระบบสารสนเทศใช้เพื่อการจัดการด้านการดำเนินงานและติดต่อการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนหน่วยงาน ซึ่งจะต้องมีการวางแผนและควบคุมสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ และการไหลเวียนของสินค้าและบริการ
คอมพิวเตอร์ช่วยผลิตแบบบรูณาการ
คอมพิวเตอร์ช่วยผลิตแบบบรูณาการ
ระบบสารสนเทศด้านการผลิตที่มีความหลากหลาย ได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตแบบบรูณาการเพื่อสนับสนุน

- ความง่ายในการรื้อปรับระบบทำให้กระบวนการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์และโครงสร้างของโรงงานเป็นพื้นฐานที่สำคัญของระบบอัตโนมัตและบรูณาการให้มีใช้งานได้ง่ายขึ้น
- อัตโนมัตทำให้เป็นอัตโนมัติด้วยการสนับสนุนคอมพิวเตอร์ เครื่องจัก และหุ่นยนต์ ช่วยในงานด้านกระบวนการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์และงานด้านธุรกิจ

เครือข่ายความร่วมมือในการผลิต
กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศวกรรมและการออกแบบ การควบคุมการผลิต ตารางการผลิต และการบริหารด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเตอรืเน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อมโยงกับสถานีงานของวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ กับเพื่อนร่วมงานในสาขาอื่นๆ เครือข่ายความร่วมมือในการผลิตนี้อาจเชื่อมโยงในบริษัท รวมทั้งตัวแทนจากบริษัทผู้จัดหาสินค้าหรือลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใดก็ตาม
การควบคุมการดำเนินงาน
การควบคุมการดำเนินงาน
การควบคุมการดำเนินงานเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อควบคุมการทำงานที่ได้เห็นทางกายภาพกระบวนการควบคุมการทำงานในเชิงกายภาพในการกลั่นน้ำมัน การผลิตซีเมนต์ การถลุงเหล็กกล้า การผลิตสารเคมี การผลิตสารอาหารจากโรงงาน การผลิตกระดาษ การผลิตกระแสไฟฟ้าและอื่นๆ ดดยใช้อุปกรณ์ในการตรวจจับเพื่อวัดคุณลักษณะทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ หรือการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน ข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือวัดจากทางกายภาพนี้จะถูกแปลงไปเป็นรูปแบบดิจิตอล ด้วยเครื่องแปลงสัญญาณอนาลอก - ดิจิตอล และถ่ายทอดสัญญาณนี้ไปสู่คอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผล
การควบคุมเครื่องจักรกล
การควบคุมเครื่องจักรกล
การควบคุมเครื่องจักรกลเป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกล ที่รู้จักกันดีในนาม Numerical control โดยแปลงข้อมูลทางเรขาคณิตจาการวาดภาพทางวิศวกรรมและขั้นตอนการทำงานจากการวางแผนทางการดำเนินงานไปสู่รหัสตัวเลขของชุดคำสั่งซึ่งควบคุมการทำงานของเครื่องจักรนี้ อาจรวมไปถึงการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ เพื่อวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงที่เรียกว่า การควบคุมตรรกะคำสั่งในการทำงานช่วยวิศวกรปรับระดับการทำงานอย่างละเอียดของเครื่องมือเครื่องจักรกล
ระบบบัญชีออนไลน์
1.กระบวนการสั่งซื้อ กระบวนการสั่งซื้อหรือกระบวนกรซื้อขาย เป็นระบบกาะบวนการทางรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ซึ่งการได้รับและการดำเนินการสั่งซื้อที่ได้รับจากลูกค้า เพื่อสร้างข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์การขายและการควบคุมสินค้าคงคลังในหลายๆหน่วบงานมีการติดตามสถานภาพของการสั่งซื้อของลูกค้าจนกระทั่งสินค้าได้รับการจัดส่ง ระบบประมวลผลด้านการขายด้วยคอมพิวเตอร์ที่ช่วยบันทึกและตรวจสอบลูกค้า หรือการสั่งซื้อ รวมทั้งรายการเปลี่ยนแปลงด้านการขายให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถุกต้องและมีประสิทธิภาพ
2.การควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบควบคุมสินค้าคงคลังสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้า เมื่อข้อมูลการสั่งซื้อของลูกค้าที่ได้รับจากระบบประมวลผล จะบันทึกการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสินค้าและเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการจัดส่ง ระบบอาจจะมีการเตือนถึงสินค้าที่ควรจะมีการสั่งซื้อเพิ่มและรายงานสถานภาพของสินค้าคงคลัง อันช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและช่วยให้บริการมีประสิทธิภาพสูง
3.บัญชีลูกหนี้หรือรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ ระบบรายได้ที่คาดว่าจะได้รับเป็นการเก็บรายการยอดขายสินค้าด้วยข้อมูลที่สร้างจากรายการสั่งซื้อและการจ่ายเงินของลูกค้า อีกทั้งยังจัดทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า รายการสินค้ารายเดือน รายงานการจัดการด้านเครดิต จัดทำรายงานให้ผู้จัดการเพื่อช่วยในการควบคุมยอดเครดิตที่เพิ่มขึ้นและตามเก็บหนี้ เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้มากที่สุดและการให้เกิดหนี้เสียน้อยที่สุด
4.บัญชีเจ้าหนี้หรือยอดรายจ่ายที่ต้องชำระ ระบบรายจ่ายที่ต้องชำระเพื่อติดตามข้อมูลการจัดซื้อและการจ่ายเงินให้บริษัทผู้จัดหาสินค้า การเตรียมเช็คสำหรับการจ่ายและจัดทำรายงานการบริหารเงินสด ช่วยให้เกิดเครดิตที่ดีและเกิดความปลอดภัยในการลดราคาสำหรับการจ่ายเงินสด รวมทั้งการจัดการสารสนเทศที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์สำหรับการจ่ายเงิน ค่าใช้จ่าย การจัดซื้อ และบัญชีค่าใช้จ่ายของพนักงานและความต้องการเงินสด
5.การจ่ายเงินเดือน ระบบเงินเดือนได้รับข้มูลจากบัตรเวลาทำงานพนักงาน และระบบอื่นๆและระบบจะจัดทำรายการจ่ายเงินด้วยเช็ค หรือเอกสารอื่นๆ เช่น รายรับ รายงานการจ่ายเงินเดือน และรายงานการวิเคราะห์แรงงาน รายงานสำหรับการบริหารและหน่วยงานรัฐบาล ช่วยให้ธุรกิจสามารถจ่ายเงินได้ทันเวลาและถูกต้อง ระบบนี้ยังช่วยให้การจัดการด้านรายงานการผลิตและการวิเคราะห์ค่าแรงของลุกจ้าง
6.บัญชีแยกประเภททั่วไป บัยชีแยกประเภททั่วไปได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ รายจ่ายที่ต้องชำระเงินเดือนและระบบสารสนเทสด้านบัญชี ในรอบบัญชีพวกเขาต้องทำการปิดบัญชีและจัดทำยอดบัญชีรับ - จ่าย รายได้และจัดทำงบดุลขององค์กร ช่วยให้ธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จในภารกิจเรื่องบัญชีที่ถูกต้องและทันต่อเวลา วึ่งดีกว่าการใช้วิธีการทำด้วยมือแบบเดิม
ระบบบัญชีออนไลน์
1.กระบวนการสั่งซื้อ กระบวนการสั่งซื้อหรือกระบวนกรซื้อขาย เป็นระบบกาะบวนการทางรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ซึ่งการได้รับและการดำเนินการสั่งซื้อที่ได้รับจากลูกค้า เพื่อสร้างข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์การขายและการควบคุมสินค้าคงคลังในหลายๆหน่วบงานมีการติดตามสถานภาพของการสั่งซื้อของลูกค้าจนกระทั่งสินค้าได้รับการจัดส่ง ระบบประมวลผลด้านการขายด้วยคอมพิวเตอร์ที่ช่วยบันทึกและตรวจสอบลูกค้า หรือการสั่งซื้อ รวมทั้งรายการเปลี่ยนแปลงด้านการขายให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถุกต้องและมีประสิทธิภาพ
2.การควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบควบคุมสินค้าคงคลังสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้า เมื่อข้อมูลการสั่งซื้อของลูกค้าที่ได้รับจากระบบประมวลผล จะบันทึกการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสินค้าและเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการจัดส่ง ระบบอาจจะมีการเตือนถึงสินค้าที่ควรจะมีการสั่งซื้อเพิ่มและรายงานสถานภาพของสินค้าคงคลัง อันช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและช่วยให้บริการมีประสิทธิภาพสูง
3.บัญชีลูกหนี้หรือรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ ระบบรายได้ที่คาดว่าจะได้รับเป็นการเก็บรายการยอดขายสินค้าด้วยข้อมูลที่สร้างจากรายการสั่งซื้อและการจ่ายเงินของลูกค้า อีกทั้งยังจัดทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า รายการสินค้ารายเดือน รายงานการจัดการด้านเครดิต จัดทำรายงานให้ผู้จัดการเพื่อช่วยในการควบคุมยอดเครดิตที่เพิ่มขึ้นและตามเก็บหนี้ เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้มากที่สุดและการให้เกิดหนี้เสียน้อยที่สุด
4.บัญชีเจ้าหนี้หรือยอดรายจ่ายที่ต้องชำระ ระบบรายจ่ายที่ต้องชำระเพื่อติดตามข้อมูลการจัดซื้อและการจ่ายเงินให้บริษัทผู้จัดหาสินค้า การเตรียมเช็คสำหรับการจ่ายและจัดทำรายงานการบริหารเงินสด ช่วยให้เกิดเครดิตที่ดีและเกิดความปลอดภัยในการลดราคาสำหรับการจ่ายเงินสด รวมทั้งการจัดการสารสนเทศที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์สำหรับการจ่ายเงิน ค่าใช้จ่าย การจัดซื้อ และบัญชีค่าใช้จ่ายของพนักงานและความต้องการเงินสด
5.การจ่ายเงินเดือน ระบบเงินเดือนได้รับข้มูลจากบัตรเวลาทำงานพนักงาน และระบบอื่นๆและระบบจะจัดทำรายการจ่ายเงินด้วยเช็ค หรือเอกสารอื่นๆ เช่น รายรับ รายงานการจ่ายเงินเดือน และรายงานการวิเคราะห์แรงงาน รายงานสำหรับการบริหารและหน่วยงานรัฐบาล ช่วยให้ธุรกิจสามารถจ่ายเงินได้ทันเวลาและถูกต้อง ระบบนี้ยังช่วยให้การจัดการด้านรายงานการผลิตและการวิเคราะห์ค่าแรงของลุกจ้าง
6.บัญชีแยกประเภททั่วไป บัยชีแยกประเภททั่วไปได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ รายจ่ายที่ต้องชำระเงินเดือนและระบบสารสนเทสด้านบัญชี ในรอบบัญชีพวกเขาต้องทำการปิดบัญชีและจัดทำยอดบัญชีรับ - จ่าย รายได้และจัดทำงบดุลขององค์กร ช่วยให้ธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จในภารกิจเรื่องบัญชีที่ถูกต้องและทันต่อเวลา วึ่งดีกว่าการใช้วิธีการทำด้วยมือแบบเดิม
- กระบวนการสั่งซื้อ ได้รับและประมวลผลการสั่งซื้อของลูกค้า และสร้างข้อมูลสำหรับระบบควบคุมสินค้าคงคลังและรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ
- การควบคุมสินค้าคงคลัง ประมวลผลข้อมูลที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสอนค้าในคลังและจัดให้มีสารสนเทศเพื่อการขนส่งและจัดซื้อใหม่
- บัญชีลูกหนี้ บันทึกจำนวนลูกค้าที่ลูกค้าซื้อและจัดทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า ทำรายการลูกค้าออกมาเป็นรายเดือน และตรวจสอบเครดิต
- บัญชีเจ้าหนี้ บันทึกแบบฟอร์มการสั่งซื้อ จำนวนที่ซื้อ และการจ่ายเงินให้กับบริษัทผู้จัดหาสินค้า และจัดทำรายงานการจัดการเงินสด
- การจ่ายเงินเดือน บันทึกเงินเดือนและค่าตอบแทนของค่าตอบแทนของพนักงาน และจัดทำการจ่ายเงินเป็นเช็ค และเอกสารเรื่องเงินเดือนและรายงานอื่นๆ
- บัญชีแยกประเภททั่วไป ทำข้อมูลให้มีประสิทธิภาพจากระบบบัญชีอื่นๆ และผลิตรายการทางการเงินอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งรายการทางธุรกิจ
ที่มา: ทาริกา รัตนโสภา.(2553).ระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทางการบริหาร.สุรินทร์:มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
แบบทดสอบบทที่ 8
https://forms.gle/uDriCyaBQP4fr68h8
